วันที่ 24 พ.ย.2560 เวลา 5:04:41 AM
 

เที่ยว 8 ชุมชน ชมวิถีชีวิตนอนพักโฮมสเตย์

โดย Alekzy    วันที่ 7/15/2015  
 เจ้าพระยาปริ๊นเซส  เกาะกูด ที่พักกาญจนบุรีรีสอร์ท


ใช้ชีวิตเร่งรีบในเมืองกรุงกันทุกวัน ทั้งร่างกายและสมองก็มักจะเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา จึงต้องหาเวลาพักผ่อนบ้าง ซึ่งการออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นั้นอาจจะไม่ได้พักผ่อนอย่างที่หวัง วันนี้กระปุกดอทคอมมี 8 ชุมชนที่น่าไปใช้ชีวิตช้า ๆ และนอนที่พักโฮมสเตย์ มาฝากกันค่ะ ซึ่งแต่ละชุมชนนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แต่รับรองได้เลยว่าจะชาร์จพลังงานให้กับร่างกายได้อย่างเต็มที่ จะมีที่ไหนบ้างไปชมกันเลย

1. หมู่บ้านแม่กำปอง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่


หมู่บ้านแม่กำปอง มีอายุมากกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ในหุบเขาที่เงียบสงบ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาที่เขียวขจี จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี มีลำธารไหลผ่านหลายสาย นอกจากธรรมชาติที่สวยงามของหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านก็เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ขาดสาย ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนเมี่ยง ไร่กาแฟ ภายในหมู่บ้านมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยว เช่น น้ำตกแม่กำปอง หน้าผาหิน หินโยกหินคลอน วัดคันธาพฤกษา กลุ่มอาชีพต่าง ๆ ฯลฯ

การเดินทางมายังหมู่บ้านแม่กำปอง ค่อนข้างสะดวกสบาย มีรถประจำทางเข้าถึงหรือสามารถเหมารถจากในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 50 กิโลเมตรเท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณพรมมินทร์  พวงมาลา โทร. 053-315111, 085-6754598 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก Mae-Kampong.com 

2. หมู่บ้านห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน


เส้นทางคดเคี้ยวที่ลัดเลาะไปตามภูเขา จะพาเราไปพบกับหมู่บ้านที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา นั่นก็คือ "หมู่บ้านห้วยห้อม" ธรรมชาติโดยรอบหมู่บ้านเต็มไปด้วยป่าเขาและนาข้าวขั้นบันได ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและทำไร่กาแฟ ซึ่งกาแฟของที่นี่มีคุณภาพดี ส่งขายไปยังร้านกาแฟทั่วประเทศไทย รวมทั้งร้านกาแฟชั้นนำระดับโลกอย่างสตาร์บัคส์ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงแกะเพื่อนำขนมาทอผ้า เป็นที่เดียวในประเทศไทยที่มีการทอผ้าขนแกะ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น วัดพระธาตุธรรมมิกราช, โครงการหลวงแม่ลาน้อย ซึ่งมีการปลูกผักและผลไม้เมืองหนาวจำหน่าย, หมู่บ้านละอูบ มีการทำเครื่องเงินที่มีลวดลายสวยงามจำหน่าย เป็นต้น ภายในหมู่บ้านมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวในราคาย่อมเยา เพียงแค่การได้ขึ้นไปลิ้มรสกาแฟที่หอมละมุนที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ถือว่าคุ้มที่สุดแล้ว รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 089-5553900

3. หมู่บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช


ได้รับการขนานนามว่าเป็นพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ที่สุดในเมืองไทย ด้วยที่ตั้งของหมู่บ้านนั้นอยู่ท่ามกลางป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ อยู่บริเวณเชิงเทือกเขาหลวง ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีป่าไม้สมบูรณ์เป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย หมู่บ้านแห่งนี้มีอายุมากกว่า 300 ปี มีลำธารไหลผ่านหมู่บ้าน หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่น ชาวบ้านที่นี่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้เป็นหลัก เรียกว่าสวนสมรม เพราะมีการปลูกผลไม้ผสมกันไป ได้แก่ มังคุด เงาะ ทุเรียน และสะตอ นักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วยในหมู่บ้านมีบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศสดชื่น ชาวบ้านยังมีมิตรไมตรี ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับที่พักได้ที่ คุณกีตาร์ โทร. 086-788 8718 หรือที่ Kiriwonggroup

4. ชุมชนลุ่มน้ำพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร


บริเวณลุ่มน้ำพะโต๊ะ เป็นบริเวณที่ธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์มาก จึงทำให้มีชาวบ้านมาตั้งรกรากถิ่นฐานกันที่บริเวณนี้ ทัศนียภาพของหมู่บ้านสวยงามด้วยสภาพป่าไม้ที่โอบล้อม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ชมความงดงามของวิถีชีวิตชุมชนริมคลองพะโต๊ะ มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ กิจกรรมที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักก็คือ "เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ" ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ที่ทำการปกครองอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร โทร. 077-539040, 077-539240, 081-9791448 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร โทร. 077-501831, 077-502775-6 (ขอขอบคุณข้อมูลจาก ททท.)

5. บ้านน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด


เป็นชุมชนที่มีการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งในปี 2010 เคยได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards 2010 และยังคงรักษามาตรฐานที่ดีมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนต้นแบบอยู่เสมอ บ้านน้ำเชี่ยวมีความโดดเด่นตรงที่ชาวบ้านในหมู่บ้านนับถือทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านน้ำเชี่ยวก็คือ "หมวกงอบ" ซึ่งทำมาจากใบจาก มีรูปทรงแปลกตา ใช้กันแดดกันฝนได้อย่างดี สำหรับบ้านพักภายในชุมชนมีทั้งหมด 9 หลัง รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 คน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว โทร. 039-593198-9 (ขอขอบคุณข้อมูลจาก Namchieo)

6. บ้านนาต้นจั่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย


เป็นอีกหนึ่งชุมชนตัวอย่างที่น่าไปเที่ยวชม บริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านเต็มไปด้วยนาข้าวอันเขียวขจี อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ เป็นเส้นทางการปั่นจักรยานที่ได้รับความนิยมมาก ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างการทอผ้าฝ้ายหมักโคลน ที่มีกรรมวิธีในการทำที่ละเอียดอ่อน มีลวดลายสวยงาม ไม่เหมือนที่ไหน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้เยี่ยมชมการทำตุ๊กตาบาร์โบน เที่ยวชมสวนผลไม้ ไร่นาของชาวบ้าน พร้อมทั้งลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ภายในหมู่บ้านมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย โทร. 055-61 6228-9, 055-616366

7. บ้านสลักคอก อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด


ถึงแม้ว่าเกาะช้างจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีบ้านพัก โรงแรมหรูหรามากมาย แต่ทางด้านฝั่งหนึ่งก็เป็นที่ตั้งของชุมชนที่เงียบสงบ นั่นก็คือบ้านสลักคอกนั่นเอง ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในป่าชายเลน มีอ่าวเป็นเวิ้งกว้างก่อนที่จะเป็นช่องแคบเพื่อออกไปสู่ทะเล ชาวประมงจึงมักจะนำเรือมาหลบลมที่อ่าวบ้านสลักคอก สิ่งที่พิเศษของชุมชนแห่งนี้ก็คือ มีธรรมชาติของป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ยามค่ำคืนจึงมีกิจกรรมการล่องเรือมาด เพื่อชมหิ่งห้อย ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างโรแมนติก เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทร. 0 3959 7259-60, 039-597255

8. ชุมชนเกาะกลาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นชุมชนที่อยู่บนเกาะกลางน้ำ ชาวบ้านในชุมชนยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย รักษาวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตชุมชน นาข้าวสีเขียวพันธุ์สังข์หยด ได้เรียนรู้วิธีการทำผ้าบาติกที่มีลวดลายและสีสันสวยงาม และการทำเรือหัวโทงจำลอง พร้อมทั้งลิ้มรสอาหารทะเลสด ๆ จากทะเล ภายในชุมชนมีโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ โทร. 075-622163, 075-612811-2

วันหยุดที่กำลังจะถึงนี้หากยังไม่มีแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน ก็ลองไปสัมผัสกับชุมชนเหล่านี้กันดูนะคะ รับรองได้เลยว่าคุณจะหลงรักแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจากเวปไซด์ kapook.com